• วิจัยกรุงศรี ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของ GDP ปี 2563 เป็น -6.4% จากเดิมคาดไว้ที่ -10.3% และคาดอัตราการเติบโตปี 2564 ที่ 3.3% ----ด้าน KKP Research โดยเกียรตินาคินภัทร ปรับประมาณการตัวเลขการเติบโตของ GDP สำหรับปี 2020 จาก -9% มาอยู่ที่ -6.7% และปี 2021 จาก 3.4% เป็น 3.5% จากตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ของปี 2020 ที่ฟื้นตัวดีกว่าคาด
Home PRAPAT เร่งผุดคลังสินค้า-โชว์รูม ดันยอดขาย ลั่นปี 64 รายได้โตมากกว่า 900 ล.
PRAPAT เร่งผุดคลังสินค้า-โชว์รูม ดันยอดขาย ลั่นปี 64 รายได้โตมากกว่า 900 ล.

PRAPAT เร่งผุดคลังสินค้า-โชว์รูม ดันยอดขาย ลั่นปี 64 รายได้โตมากกว่า 900 ล.

“PRAPAT คาดปี 64 มีแนวโน้มรายได้โตมากกว่า 900 ล้านบาท เร่งสร้างคลังสินค้า - โชว์รูม หวังดันยอดขาย เตรียมทุ่มงบกว่า 50 ล้าน ลงทุนระบบบัญชีและกําลังการผลิตปีหน้า

 

นายวีระพงค์ ลือสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีรพัฒน์ เทคโนโลยี จํากัด (มหาชน) หรือ PRAPAT ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจําหน่ายน้ํายาซักรีด น้ํายาทําความสะอาด และฆ่าเชื้อสําหรับภาคอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สําหรับแผนการดําเนินงานในปี 2564 นั้น บริษัทฯ ตั้งเป้าสร้างรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 900 ล้านบาท จากการเพิ่มศูนย์บริการเพื่อจัดแสดง สินค้าและช่องทางการจําหน่าย การรักษาฐานลูกค้าเดิมและสร้างฐานลูกค้าใหม่ รวมถึงการขยาย ธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

 

 

ทั้งนี้ บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีโครงสร้างรายได้มาจาก รายได้จากการขาย คิดเป็น สัดส่วนประมาณ 80% ของรายได้รวม และที่เหลืออีกประมาณ 20% มาจากรายได้จากการค่าเช่า และบริการ โดยมีสัดส่วนรายได้จากขายมาจากกลุ่มธุรกิจหลัก 7 ประเภท ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ ซักรีด กลุ่มผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อ กลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านครัว กลุ่มผลิตภัณฑ์แม่บ้านและทําความสะอาด พื้น จากยอดขาย กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือน กลุ่มผลิตภัณฑ์สระว่ายน้ํา และกลุ่มผลิตภัณฑ์ เครื่องทําน้ําร้อนประหยัดพลังงาน

 

ส่วนรายได้ที่มาจากค่าเช่าและบริการนั้น มีสัดส่วนรายได้มาจากกลุ่มธุรกิจ 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ งานบริการสําหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านครัวงานบริการสําหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์สระว่ายน้ํา งานบริการสําหรับผลิตภัณฑ์เครื่องทําน้ําร้อนประหยัดพลังงาน และรายได้บริการอื่น

 

 

 

“ในปี 2564 บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีรายได้ รวมประมาณ 880 ล้านบาท เป็นมากกว่า 900 ล้านบาท และเติบโตเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็นสองหลัก โดยมาจากการเพิ่มโชว์รูมสินค้าและการเพิ่มตัวแทนการจัดจําหน่ายทั้งในและต่างประเทศ การ ขยายฐานลูกค้าใหม่ รวมถึงการบริหารจัดการต่างๆ ถึงแม้ว่าธุรกิจบางส่วนจะยังคงได้รับ ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าโรงแรมและกลุ่ม พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่คาดว่าในปีหน้าจะฟื้นตัวดี” นายวีระพงค์ กล่าว

 

นายวีระพงค์ กล่าวต่อว่า ในตอนนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างการก่อสร้างโชว์รูมสําหรับการจัด แสดงสินค้าและสาธิตการใช้ผลิตภัณฑ์ โดยใช้งบลงทุนประมาณ 9 ล้านบาท เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า เป้าหมายโดยตรง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนธันวาคมนี้ รวมถึงการก่อสร้างคลังสินค้าขนาด 5,800 ตารางเมตร โดยตั้งอยู่ในพื้นที่โรงงาน อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี เพื่อเป็นคลังขนถ่ายสินค้า และคาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้าง 12-18 เดือน ใช้งบลงทุนประมาณ 72 ล้านบาท ซึ่งเป็นเม็ด เงินที่ได้จากการขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก ( ไอพีโอ)

 

อย่างไรก็ดี ในส่วนของเม็ดเงินดังกล่าว บริษัทฯ ได้นํามาลงทุนในระบบบัญชีประมาณ 20 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดําเนินการในไตรมาส 4 นี้ โดยใช้ระยะเวลาในการดําเนินงาน ประมาณ 12-15 เดือนจึงจะแล้วเสร็จ และอีก 30 ล้านบาท ได้นํามาลงทุนในระบบควบคุมการ ผลิต ซึ่งคาดว่าจะสามารถดําเนินการได้ในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า และใช้ระยะเวลาในการ ดําเนินงาน 12-18 เดือน

ข่าวเกี่ยวข้อง