• Krungthai COMPASS ประเมินว่า แม้การระบาดและมาตรการคุมเข้มของภาครัฐใช้เวลาเพียง 2 เดือน แต่กว่าการท่องเที่ยวในประเทศจะฟื้นตัวสู่ระดับที่เคยประเมินไว้อาจเป็นช่วงกลางไตรมาส 2 คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียแก่ภาคท่องเที่ยวถึง 1.1 แสนล้านบาท จากตัวเลขนักท่องเที่ยวในประเทศที่จะหดตัว 22 ล้านคน *** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมิน ทิศทางตลาดไทยเที่ยวไทยในปี 2564 น่าจะยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้จากปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีที่ตลาดไทยเที่ยวไทยได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทำให้ทั้งปี 2563 คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศจะมีจำนวนเพียงประมาณ 86.3 ล้านคน-ครั้ง หรือหดตัวสูงถึง 50.0% จากปี 2562 มองว่า ทางการน่าจะขยายระยะเวลาโครงการเราเที่ยวด้วยกัน หรือมีมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวเพิ่มเติมจนถึงสิ้นปี 2564 นี้ เนื่องจากภาคธุรกิจในห่วงโซ่ท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดระลอกใหม่และต้องใช้ระยะเวลานานขึ้นกว่าธุรกิจจะฟื้นตัว
Home ITEL มั่นใจปีนี้นิวไฮวางเป้ารายได้ 2,400 ล.
ITEL มั่นใจปีนี้นิวไฮวางเป้ารายได้ 2,400 ล.

ITEL มั่นใจปีนี้นิวไฮวางเป้ารายได้ 2,400 ล.

บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) ฟอร์มสวย วางเป้ารายได้ปี 2563 กว่า 2,400 ลบ. หลังตุนงานในมือ (Backlog) สูงลิ่ว กว่า 4,378 ลบ. ทยอยรับรู้ต่อเนื่องข้ามปี เผยผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2563 บริษัทฯ สามารถผลักดันการเติบโตที่ดีทั้งในแง่ของกำไรสุทธิและรายได้ โดยกำไรสุทธิทำได้ 40.08 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 38.91 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.01 และมีรายได้รวม 460 .65 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 453.45 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.59 หลังทยอยส่งมอบงานให้แก่ลูกค้าในโครงการขนาดใหญ่ ด้านเอ็มดี “ณัฐนัย อนันตรัมพร” เผยไตรมาส 2/2563 เตรียมรุกงานใหญ่ต่อเนื่อง มั่นใจดันผลงานปี 2563 โตไม่ต่ำกว่า 30% ซึ่งภายในระยะเวลา 5 ปี บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้จะเติบโตต่อเนื่อง 20 - 30 % ต่อปี 

 

 

นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับคัดเลือกทำงานโครงการใหญ่ จำนวน 2 โครงการจากกรมการสื่อสารทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย และได้เข้าลงนามในสัญญา เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา รวมมูลค่า 135,584,460 ล้านบาท (หนึ่งร้อยสามสิบห้าล้านห้าแสนแปดหมื่นสี่พันสี่ร้อยหกสิบบาทถ้วน) โดยแบ่งเป็น 1. ลงนามในสัญญางาน ซื้อพร้อมติดตั้งชุดวิทยุไมโครเวฟ แบบ IP พร้อมอุปกรณ์ประกอบระบบ ตามโครงการจัดหาชุดวิทยุไมโครเวฟ แบบ IP พร้อมอุปกรณ์ประกอบระบบ มูลค่าโครงการรวม 85,897,460.00 ล้านบาท (แปดสิบห้าล้านแปดแสนเก้าหมื่นเจ็ดพันสี่ร้อยหกสิบบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และ 2.ลงนามในสัญญางาน ซื้อชุดวิทยุไมโครเวฟ (ส่วนต่อขยาย) พร้อมติดตั้ง มูลค่า 49,687,000.000 บาท (สี่สิบเก้าล้านหกแสนแปดหมื่นเจ็ดพันบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยมีกำหนดการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 270 วัน และ 240 วัน ตามลำดับ ซึ่งโครงการดังกล่าวถือเป็นการต่อยอดงานบริการโครงข่ายของบริษัท แสดงถึงความมั่นใจในศักยภาพโครงข่ายของบริษัทฯ ที่มีคุณภาพและมีเสถียรภาพ ทำให้สามารถรับงานได้อย่างต่อเนื่อง และจะช่วยเสริมศักยภาพด้านการแข่งขันให้สูงขึ้น โดยปีนี้จะเป็นปีที่รายได้มีการเติบโตอย่างโดดเด่นอีกปีหนึ่ง ทั้งนี้ เมื่อมีการลงนามในสัญญาดังกล่าวแล้ว จะทำให้บริษัทฯมีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 4,378.23 ล้านบาท จาก Backlog ณ สิ้นไตรมาส 1/2563 อยู่ที่ 4,079.74 ล้านบาท 

 

ปัจจุบัน บริษัทฯ มี Backlog อยู่ที่ 4,378.23 ล้านบาท ซึ่งยังไม่นับรวมงานโครงการใหม่ๆ ที่จะทยอยเข้ามาในครึ่งปีหลัง โดยมีปัจจัยบวกมาจากที่ บริษัทฯ สามารถผลักดันยอดขายจากลูกค้าที่เข้ามาใช้งานบริการโครงข่ายได้เพิ่มสูงขึ้น และสามารถรักษาฐานลูกค้าในปีก่อนไว้ได้ อันเนื่องมาจากประสิทธิภาพของโครงข่ายและเสถียรภาพของการให้บริการที่เหนือกว่าคู่แข่งขันรายอื่นในตลาด ซึ่งจะทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่ง 

 

"จากการที่บริษัทฯได้รับการพิจารณาให้ดำเนินโครงการจากกรมการสื่อสารทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจในศักยภาพของบริษัทฯและเสถียรภาพของโครงข่าย ซึ่งถือเป็นความสำเร็จของ บริษัทฯ และถือเป็นปัจจัยสำคัญซึ่งจะช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานในอนาคตเติบโตมากขึ้น" นายณัฐนัย กล่าว

ข่าวเกี่ยวข้อง